|
เรื่องเศร้าในใจคนรักของเก่า :
เป็นข่าวคราวเกี่ยวกับแวดวงคนรักของเก่าของสะสม จาก น.ส.พ.เดลินิวส์ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2549 ขอนำมาถ่ายทอดเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง เรื่องน่าเศร้านี้เกิดขึ้นเมื่อมีคนบุกเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินจากกองมรดกในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต และหม่อมเจ้าประสงค์สม (ไชยันต์) บริพัตร ที่วังตะนาว เลขที่ 233 ถนนตะนาว กทม. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 33 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และที่ 2 ในพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี พระองค์เป็นคนไทยคนแรกที่แต่งเพลงแบบฝรั่งในประเทศไทยด้วยโน้ตสากล และทรงนิพนธ์ตำรากล้วยไม้เล่มแรกของประเทศไทย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบกองค์แรกของกองทัพบกไทย ดำรงพระยศ จอมพล ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือดำรงพระยศ จอมพลเรือ ทรงริเริ่มให้มีกองดุริยางค์ทหารเรือขึ้นในอัตรากำลังกองทัพเรือ มีชื่อว่า กองแตร ทรงรับตำแหน่งอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสนาบดีกระทรวงกลาโหม และเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ตำรวจได้นำเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร เข้าไปร่วมตรวจนับทรัพย์สินมรดกกรมพระนครสวรรค์ฯ ที่ถูกโจรกรรม พบของมีค่าเป็นจำนวนมาก มีทั้งชุดถ้วยน้ำ และกระเป๋าหนังมีพระปรมาภิไธยย่อ จปร และพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมลายพระหัตถ์รัชกาลที่ 5 มีไปป์งาช้าง และไปป์เงินแกะสลักเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเผย ต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะตรวจนับและจัดเก็บได้หมด รวมเป็นทรัพย์สิน 1,000 กว่ารายการ มูลค่าประมาณ 20 - 100 ล้านบาท (น.ส.พ.บางฉบับประเมินว่า 2,000 ล้านบาท) อาทิ เครื่องลายคราม งาช้าง เครื่องสังคโลก และทรัพย์สินอื่นๆ นายสมชาย ณ นครพนม ผู้อำนวยการพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งได้รับเชิญจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สิน และแนะนำวิธีจัดเก็บที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ทรัพย์สินโบราณที่มีค่าต้องเสียหาย นายสมชายกล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมศิลปากรให้มาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลมาก จนไม่สามารถประเมินราคาได้ รวมทั้งยังมีโบราณวัตถุบางชิ้นที่ทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไม่มีอยู่ด้วย คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ถึงจะดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จ สำหรับทรัพย์สินที่ตรวจพบ พบถ้วยน้ำชา มีพระปรมาภิไธยย่อ จปร จำนวน 2 ชุด งาช้าง 1 คู่ และถ้วยชามอีกกว่า 500 ชิ้น พบกระเป๋าแบบถือ หนังจระเข้สีน้ำตาลใบขนาด 1 ฟุต มีพระปรมาภิไธยย่อ จปร ติดอยู่ที่ด้านบนกระเป๋า พบไปป์งาช้างแกะสลักจำนวน 20 อัน คัมภีร์ใบลาน 1 กล่องใหญ่ ถ้วยกาแฟดินเผาทองคำแท้จำนวน 200 ใบ รูปล็อกเกตหินอ่อน มีพระบรมสาทิสลักษณ์ ด้านหลังเขียนด้วยลายพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 5 จำนวน 14 ชิ้น ยังไม่นับรวมถึงผ้าที่ใช้ในสำนักพระราชวังในสมัยก่อน และกาน้ำชาอีกจำนวนมากที่ยังอยู่ในลังเก็บของอีก 4 - 5 ลังใหญ่ พระพุทธรูปบูชาอีกนับ 100 องค์ ที่ใช้สำหรับจัดวางบนโต๊ะหมู่บูชา พระบรมฉายาลักษณ์ที่มีลายพระหัตถ์ อีก 6 ภาพ และยังมีของเล็กๆ น้อยๆ อีกเป็นจำนวนมาก คุณเทียนซ้ง หรือ อาตือ เลิศอัษฏมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณ ไปตรวจสอบและประเมินราคาทรัพย์สินของของมีค่าสมัยรัชกาลที่ 5 บอกว่าตนอายุ 75 ปีแล้ว อยู่ในวงการวัตถุโบราณมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ไม่เคยเห็นทรัพย์ที่มีค่ามากมายขนาดนี้ ซึ่งแต่ละชิ้นมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี และเป็นสมบัติของเจ้านายชั้นสูงที่คนธรรมดาอย่างเราไม่มีทางได้เห็นอย่างแน่นนอน เพราะเป็นของที่สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น อย่างน้อยทรัพย์สินเหล่านี้ ควรจะมีค่าตั้งแต่ชิ้นละหลักแสนบาทจนถึงชิ้นละหลายล้าน ทั้งนี้แต่ละชิ้น ล้วนต่างมีที่มาและทรงคุณค่าในประวัติศาสตร์ เช่น มีดดาบของต้นตระกูลบริพัตร พระบรมรูปสลักหินอ่อนของรัชกาลที่ 4 แกะสลักด้วยหินอ่อนชั้นดีจากประเทศอิตาลี ที่รัชกาลที่ 5 ทรงสั่งทำขึ้นเป็นชิ้นเดียวในโลก และได้พระราชทานให้แก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นมรดกตกทอดมานานกว่า 100 ปี มูลค่าที่คุณเทียนซ้ง ได้ประเมินไว้ราวๆ 4 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีเครื่องทองน้อยที่มีอักษร จปร.ประทับอยู่อีกนับพันชิ้น ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 7 ที่ทรงลงลายพระหัตถ์พระราชทานแก่พระประยูรญาติในปี พ.ศ.2469 ของบางส่วนซึ่งคาดว่ามีอยู่เป็นจำนวนมากได้ถูกขายออกไป น่าเศร้าใจๆ สยามแอนติก.คอม ไม่สนับสนุนการซื้อ-ขายของในลักษณะนี้ อย่างที่ครูว่า "เราทั้งหลายต้องระลึกว่า การเล่นใดๆก็ตาม ควรมีกติกา และผู้เล่นควรมีคุณธรรม ไม่เช่นนั้นแล้วสังคมจะสงบสุขและบ้านเมืองจะงามสมบูรณ์ได้อย่างไร ขอให้ท่านที่รักการเล่นการเก็บสะสมสิ่งของได้คำนึงถึงคุณธรรมเป็นที่สุด ไม่เล่นโดยมีจิตโลภ เมื่อนั้นจึงจะเรียกว่าเป็นการเล่นอันก่อให้เกิดสุขอย่างแท้จริง" |